ป้ายกำกับ: มือถือสมาร์ทโฟนเ

มือถือสเปคแรงที่น่าซื้อล่าสุด

มือถือสเปคแรงที่น่าซื้อล่าสุด

1. OPPO Reno 6 5G  รุ่นนี้หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นและรู้จักกันมาบ้างแล้ว รุ่นนี้บอกได้เลยว่าสวยมาก ๆ โดยเฉพาะดีไซน์ด้าน             หลังตัวเครื่อง ส่วนราคานั้นก็ถือว่าเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ด้วยดีไซส์ที่สวยงาม ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 17,990 บาท หากใครที่สนใจก็             ลองไปหาซื้อกันได้ ซึ่งรุ่นนี้หาซื้อไม่ยาก สามารถหาซื้อตามร้านขายมือถือได้ทั่วไป สำหรับสเปคเบื้องต้นของมือถือ OPPO             Reno 6 5G จะมาพร้อมกับ

หน้าจอที่มีขนาด 6.43 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Amoled อัตราอยู่ที่ 90 Hz

ต่อมาในส่วนของ CPU นั้นจะมาพร้อมกับ Dimensity 900 5G ความเร็ว

ในการประมวลผลจะอยู่ที่ 2.4 GHz

หน่วยความจำ Ram 8 Rom 128 GB

และกล้องหลังจะมาพร้อมกับ 3 เลนส์ด้วยกัน 64+8+2 ล้านพิกเซล F อยูู่ที่ 1.7 สำหรับการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้สูงสุดอยู่             ที่ 4K230FPS กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่จะมาพร้อมกับความจุ 4,300 mAh รองรับ fast charge อยู่ที่ 65 วัตต์ ใช้เวลาชาร์จ 100% เพียงแค่ 28 นาทีเท่านั้น

2. Xiaomi Mi 11 LiteNe รุ่นนี้ก็จะเป็นรุ่นที่รองรับ 5G เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีวางขายแล้ว ราคาอยู่ที่ 10,990 บาท จุดเด่น             ของ มือถือรุ่นนี้ ถือว่าเป็นรุ่นที่บางเบาที่สุดแล้ว เรียกได้ว่าเบาและก็สวยมาก ๆ

หน้าจอที่มีขนาด 6.55 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Amoled อัตราอยู่ที่ 90 Hz

ต่อมาในส่วนของ CPU นั้นจะมาพร้อมกับ Snapdragon 778G ความเร็วอยู่ที่ 2.4 GHz

หน่วยความจำ Ram 6 Rom 128 GB

กล้องหลังจะมาพร้อมกับ 3 เลนส์ด้วยกัน 64+8+5 ล้านพิกเซล F อยูู่ที่ 1.75 สำหรับการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้สูงสุดอยู่ที่             4K60FPS กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่จะมาพร้อมกับความจุ 4,250 mAh รองรับ fast charge อยู่ที่ 33 วัตต์

3. Samsung Galaxy A52S รุ่นนี้ก็เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของทาง Samsung ซึ่งมือถือรุ่น Samsung Galaxy A52S ได้รับการตอบรับ             อย่างดีเยี่ยม หลังจากที่เปิดตัวออกมา ราคาอยู่ที่ 13,990 บาท ซึ่งสเปคที่ให้มานั้นก็ถือว่าสมราคาเช่นกัน

หน้าจอที่มีขนาด 6.50 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Super Amoled อัตราอยู่ที่120  Hz

ต่อมาในส่วนของ CPU นั้นจะมาพร้อมกับ Snapdragon 778G ความเร็วอยู่ที่ 2.4 GHz

หน่วยความจำ Ram 8 Rom 128 GB

กล้องหลังจะมาพร้อมกับ 4 เลนส์ด้วยกัน 64+12+5+5 ล้านพิกเซล F อยูู่ที่ 1.70 สำหรับการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้สูงสุด             อยู่ที่ 4K60FPS กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่จะมาพร้อมกับความจุ 4,500 mAh รองรับ fast charge อยู่ที่ 25 วัตต์

4. Motorala Edge 20 Pro ถือว่าห่างหายกันไปสักพักใหญ่เลย สำหรับสมาร์ทโฟนของ Motorala และกลับมาพร้อมกับการ             เปิดตัว Motorala Edge ถึง 2 รุ่น คือ Edge 20 Pro และ Edge 20 Fusion ราคาก็จะแตกต่างกันพอสมควร โดยที่รุ่น Edge 20             Pro จะแพงกว่า สำหรับรุ่น Edge 20 Pro ก็เปิดตัวมาที่ราคา 17,990 บาท สำหรับใครที่สนใจก็มีวางขายแล้ว

หน้าจอที่มีขนาด 6.67 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Oled  อัตราอยู่ที่ 144  Hz

ต่อมาในส่วนของ CPU นั้นจะมาพร้อมกับ Snapdragon 870 ความเร็วอยู่ที่ 3.2 GHz

หน่วยความจำ Ram 12 Rom 256 GB

กล้องหลังจะมาพร้อมกับ 3 เลนส์ด้วยกัน108+16+8 ล้านพิกเซล F อยูู่ที่ 1.90 สำหรับการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้สูงสุดอยู่             ที่ 8K24FPS กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่จะมาพร้อมกับความจุ 4,500 mAh รองรับ fast charge อยู่ที่ 30 วัตต์

5. Xiaomi Mi Mix4 รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เป็นรุ่นท๊อปอีก 1 ตัวที่น่าสนใจมาก สำหรับการดีไซน์ก็ตามแบบฉบับของ              Xiaomi Mi Mix4  เลย ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีวางขายอย่างเป็นทางการ

หน้าจอที่มีขนาด 6.67 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Amoled  อัตราอยู่ที่ 120 Hz

ต่อมาในส่วนของ CPU นั้นจะมาพร้อมกับ Snapdragon 888+ ความเร็วอยู่ที่ 2.99 GHz

หน่วยความจำ Ram 12 Rom 256 GB

กล้องหลังจะมาพร้อมกับ 3 เลนส์ด้วยกัน108+13+8 ล้านพิกเซล F อยูู่ที่ 1.90 สำหรับการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้สูงสุดอยู่             ที่ 8K24FPS กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่จะมาพร้อมกับความจุ 4,500 mAh รองรับ fast charge อยู่ที่ 120 วัตต์ ซึ่งชาร์จเต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 15 นาที             เท่านั้นก็ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก

6. iPhone 13 สำหรับมือถือสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ รุ่นที่ใครหลายคนน่าจะอยากได้เป็นเจ้าของกันอย่างแน่นอน ซึ่งรุ่นนี้นั้น ไม่ได้             แตกต่างจากรุ่นเดิมสักเท่าไหร่ ส่วนที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ โมดูล กล้องหลัง ที่ iPhone 13 นั้นจะเป็นแบบไคว้ ส่วน                          iPhone12 และ iPhone 12 Pro ก็จะคล้ายๆ กันเลย สำหรับราคาเปิดตัวของ iPhone 13 อยู่ที่ 29,900 บาท สำหรับตอนนี้ก็มีให้             จองกันเป็นที่เรียบร้อบแล้ว

หน้าจอที่มีขนาด 6.1 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Super Retina XDR  อัตราอยู่ที่ HDR 10

ต่อมาในส่วนของ CPU นั้นจะมาพร้อมกับชิปรุ่นใหม่ เป็น Apple A15 Bionic  ความเร็วอยู่ที่ 3.1 GHz

หน่วยความจำ Ram 6 Rom 128 GB

กล้องหลังจะมาพร้อมกับ 2 เลนส์ด้วยกัน 12+12 ล้านพิกเซล F อยูู่ที่ 1.6 สำหรับการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้สูงสุดอยู่ที่             4K60FPS กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่จะมาพร้อมกับความจุ 3,095 mAh รองรับ fast charge อยู่ที่ 25 วัตต์

7. Xiaomi Mi 11T Pro รุ่นนี้ก็ต้องบอกได้เลยว่าคุ้มค่าแน่นอน ทั้งสเปคและก็ราคา ก็น่าจะเป็นอีก 1 รุ่นที่ขายดีมากอย่างแน่             นอน ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 16,990 บาท ใครที่สนก็สามารถหาซื้อกันได้แล้ว

หน้าจอที่มีขนาด 6.67 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Amoled  อัตราอยู่ที่ 120 Hz

ต่อมาในส่วนของ CPU นั้นจะมาพร้อมกับ Snapdragon 888+ ความเร็วอยู่ที่ 2.84 GHz

หน่วยความจำ Ram 12 Rom 256 GB

กล้องหลังจะมาพร้อมกับ 3 เลนส์ด้วยกัน 108+8+5 ล้านพิกเซล F อยูู่ที่ 1.75 สำหรับการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้สูงสุดอยู่ที่             8K24FPS กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่จะมาพร้อมกับความจุ 5,000 mAh รองรับ fast charge อยู่ที่ 120 วัตต์ ซึ่งชาร์จเต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 17 นาที             เท่านั้นก็ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก

 

μTorrent โปรแกรมโหลดบิทที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก

μTorrent โปรแกรมโหลดบิทที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก

ในอดีตนั้นเป็นการดาวน์โหลดไฟล์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วนใหญ่แล้วนิยมใช้ดาวน์โหลดภาพยนตร์หรือเกมที่มีขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่ การดาวน์โหลดสิ่งต่างๆ ฟรีด้วยการโหลดบิตนั้นจึงเปรียบเสมือนกับการขโมยอยู่กลายๆ เวลาเราพูดถึงการโหลดบิทนั้นมันจึงจะค่อนข้างสุ่มเสี่ยงออกไปทางสีเทา แต่ในปัจจุบันนี้มี  Content มากมายที่เปิดให้ดาวโหลดบิทได้แบบถูกลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์อัพเดทเกมหรือไฟล์ติดตั้งโปรแกรมต่างๆ เนื่องจากมันค่อนข้างจะรวดเร็วและสะดวกกว่าวิธีการอื่นมันจึงได้รับความนิยมมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานทั่วทั้งโลกนั้นคงจะหนีไม่พ้น μTorrent เนื่องจากมันเป็นโปรแกรมที่เปิดให้เราสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ฟรี ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย ด้วยองค์ประกอบการใช้งานที่ค่อนข้างครบครันทำให้ผู้คนต่างเลือกใช้โปรแกรมดังกล่าว แม้ว่าตลอดเวลาที่มันได้เปิดให้บริการมานั้นจะมีโปรแกรมดาวน์โหลดบิทใหม่ๆ ผุดออกมามากมาย หลายคนนอกใจไปใช้โปรแกรมอื่นแต่สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาใช้โปรแกรมนี้เหมือนเดิม ทำให้มันสามารถโลดแล่นอยู่ในวงการดาวโหลดบีทมาเป็นเวลานานถึง 12 ปี และได้รับการออกแบบภาษาเมนูออกมาเป็นจำนวน 50 ภาษาด้วยการและที่สำคัญมีภาษาไทยด้วย

μTorrent เป็นโปรแกรมที่ทำให้เราสามารถดาวน์โหลด bittorrent  หรือก็คือการรับส่งไฟล์ในรูปแบบ P2P ซึ่งมีชื่อเต็มว่า Peer-to-Peer เป็นรูปแบบการส่งข้อมูลโดยตรงจากเครื่องของผู้ส่งไปยังเครื่องของผู้รับโดยที่ไม่ต้องผ่านServer แม้แต่น้อย ดังนั้นระยะเวลาที่ใช้ในการรับส่งไฟล์นั้นจึงสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว โดยโปรแกรมดังกล่าวจะแบ่งไฟล์ออกเป็นหลายส่วนเพื่อให้การแจกจ่ายไฟล์สะดวกมากยิ่งขึ้น ทำงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยโปรแกรมนั้นจะทำการชี้ตำแหน่งว่าเครื่องไหนมีการเปิดโปรแกรมอยู่และมีไฟล์เดียวกัน โปรแกรมก็จะทำการดาวน์โหลดไฟล์โดยตรงจากเครื่องของผู้ส่งมายังเครื่องของเรา เมื่อติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวเรียบร้อยแล้วก็สามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือขนาดของโปรแกรมดังกล่าวนี้ค่อนข้างเป็นมิตรกับคอมพิวเตอร์ทุกรุ่นเนื่องจากมันกินพื้นที่เพียงแค่ 7 เมกะไบต์เท่านั้น ซึ่งเป็นขนาดเล็กกว่าไฟล์รูปจากโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเสียอีก แต่อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นโปรแกรมฟรีดังนั้นแม้ว่ามันจะดีแค่ไหนก็ตามแต่เรานั้นก็ยังจะต้องพบเจอกับโฆษณาตลอดเวลาที่ใช้งาน แม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้งานแต่ก็อาจสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งานได้ โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่สร้างมาจากบริษัทแม่อย่าง BitTorrent ที่เรารู้จักกันดี หลายคนเรียกโปรแกรมดังกล่าวนี้ว่ายูทอร์เรนต์ แต่ความจริงแล้วสัญลักษณ์ด้านหน้านั้นไม่ใช่ตัวอยู่ในภาษาอังกฤษแต่เป็นตัวอักษรภาษากรีกที่ออกเสียงว่ามิว

 

© 2021 ilotiti.com